การจดทะเบียนเพื่อประกอบธุรกิจถามทวงหนี้
นางสาววรินทร์ธิยา เธียรธิติกุล
หลังจากที่พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ได้มีผลบังคับใช้มาระยะหนึ่งแล้วนั้น หลายท่าน คงกังวลใจและอยากทราบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของการจดทะเบียนเพื่อเป็นผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ เพราะ พระราชบัญญัติดังกล่าวก าหนดว่าผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ซึ่งก็ได้แก่ผู้ที่รับจ้างทวงถามหนี้ไม่ว่า โดยตรงหรือโดยอ้อมเป็นปกติธุระ แต่ไม่รวมถึงการทวงถามหนี้ของทนายความซึ่งกระท าแทนลูกความของตนนั้น จะต้องจดทะเบียน โดยหากประกอบธุรกิจทวงถามหนี้โดยมิได้จดทะเบียนแล้วก็จะมีโทษตามที่กฎหมายก าหนด ซึ่งหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจดทะเบียนดังกล่าวนั้น จะต้องก าหนดในกฎกระทรวงของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าโดยกระทรวงมหาดไทยได้น าเสนอร่างกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ พ.ศ. .... ต่อคณะรัฐมนตรีและได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ ในหลักการของร่างกฎกระทรวงดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2558 ซึ่งมีหลักการที่ส าคัญ ได้แก่
1. ผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ซึ่งได้แก่บุคคลธรรมดา นิติบุคคล ทนายความหรือ ส านักงานทนายความ จะต้องจดทะเบียน โดยในกรุงเทพมหานครให้ยื่นค าขอต่อนายทะเบียน ณ ส านักงาน ทะเบียน กองบัญชาการต ารวจนครบาล ส่วนในจังหวัดอื่น ๆ ให้ยื่นค าขอต่อนายทะเบียน ณ ส านักงานทะเบียน ที่ท าการปกครองจังหวัด หากเป็นกรณีทนายความหรือสำนักงานทนายความให้ยื่นค าขอจดทะเบียนต่อ สภาทนายความซึ่งท าหน้าที่เป็นนายทะเบียนตามสถานที่ที่คณะกรรมการสภาทนายความก าหนด โดยหากไม่ได้รับ การจดทะเบียนก็สามารถอุทธรณ์ได้
2. เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของการยื่นค าขอจดทะเบียนแล้ว ก็จะรับ จดทะเบียนและออกหนังสือส าคัญแสดงการจดทะเบียนให้เป็นหลักฐาน
3. กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้ประกอบธุรกิจ เช่น สถานที่ประกอบธุรกิจ ผู้แทนนิติบุคคล ให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียน
4. หากหนังสือส าคัญแสดงการจดทะเบียนสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ยื่น คำขอออกใบแทนต่อนายทะเบียน
5. มีกำหนดระยะเวลาในหนังสือส าคัญแสดงการจดทะเบียน หากประสงค์จะประกอบธุรกิจ ต่อจะต้องมายื่นขอต่ออายุการจดทะเบียน ขณะนี้ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจทวงถามหนี้คงต้องติดตามว่ากฎกระทรวงฉบับดังกล่าวจะประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อใด เพื่อที่จะได้ด าเนินการจดทะเบียนให้ถูกต้องเป็นไปตามกฎหมาย และหากมีความ คืบหน้าในเรื่องนี้ประการใด จะมานำเสนออีกครั้ง
ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก : http://www.fpo.go.th/FPO/modules/Content/getfile.php?contentfileID=9699









